ธรรมอภิปรายที่กรุงเทพมหานคร 2549
ดวงธรรมที่ได้เกิดขึ้นในเวลา 24.00 น.เที่ยงคืนของวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ตรงกับแรม 7 ค่ำเดือนอ้าย เป็นวันสิ้นศักราช และเป็นวันขึ้นศักราชใหม่ ควรที่จะเอาวันนี้เป็นวันมาทำความเข้าใจกับชีวิต ทบทวนทั้งหมดถึงสิ่งที่ผ่านมาในสิบสองเดือน แห่งศักราชหนึ่งได้ผ่านไป ชีวิตของเราได้อะไรบ้างที่ผ่านมา และการตั้งต้นชีวิตในศักราชใหม่ มีดังต่อไปนี้
นั้นเป็นกระทู้ธรรมที่หลวงตาได้มาเห็นว่าควรอย่างยิ่ง จึงได้เอามาบันทึกไว้ให้แด่ท่าน ผู้ที่มีจิตศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา นำเอาไปดำเนินให้ชีวิตนี้สอดคล้อง และให้ชีวิตอยู่อย่างผาสุก ทุกรูปทุกนาม จึงขอฝากท่านไว้ด้วยความเคารพธรรม
- ได้แก่ พรหมโลก
- ได้แก่ เทวโลก
- ได้แก่ นาคาโลก
- ได้แก่ มนุษยโลก
- ได้แก่ ยมโลก
ต่อมาคือพระรัตนตรัยทั้ง 3
- ได้แก่ พระพุทธเจ้า
- ได้แก่ พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
- ได้แก่ พระอริยสงฆ์และสมมติสงฆ์
นั่นแหละเป็นที่มาในโลกจักรวาล 35 ( ศักราช คือ 12 เดือนสิ้นไปแห่งศักราชเก่า จะเริ่มแต่เดือนอ้ายวันที่ 12 12.00 เที่ยงคืนไปสิ้นศักราชเก่า เลยไป 1 นาทีก็ขึ้นศักราชใหม่ จะดำเนินต่อไปจนถึงวาระเวียนกลับคือ 12 เดือน จะหมุนเวียนอยู่อย่างนี้แห่งภพจักรวาลของโลกตามที่ได้เข้าใจควรจะเป็นอย่างนี้ )
จะขอกล่าวถึง เรื่องเป็นมาของโลกที่ได้มีเกิดขึ้นของธรรมชาติ และการดำเนินของชีวิตทั้งหมดอันมีมนุษย์ และชีวิตอื่นๆ ครองสังขารอยู่ในโลกมนุษย์นี้ จะขอหมายเอาแต่เฉพาะชีวิตของมนุษย์มากล่าว และสิ่งที่เป็นมาแห่งประวัติทางโลก และทางพุทธศาสนาดังต่อไป
จะขอกล่าวให้ได้เห็นชัดในทางโลกตามมาด้วยวัฒนธรรมจะมีคือ วันพ่อ, วันแม่, วันครูอาจารย์, วันแห่งความรัก ทางพระพุทธศาสนา มีวันพระ ส่วนตัวบุคคลของเรายังไม่มี คือ ( วันของเรา )
ดังนั้นจึงขอนำมากล่าวในที่นี่ ตามธรรมมะที่ได้เกิดมีขึ้นในการปฏิบัติจะขอนำเอามาฝากท่าน ผู้ที่มีจินตนาการเจริญรอยตามแห่ง สัจธรรมแห่งองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อจะได้เอาไปปฏิบัติเพื่อเป็นชีวิตของตน ให้ได้เข้าถึงความแท้จริงของชีวิต (แต่ไม่ได้มีเจตนามาสอนท่าน โปรดจงอย่างได้เข้าใจอย่างนั้น ) ด้วยความเคารพธรรม
ที่นี้ถ้าหากว่าเป็นไปได้ เราควรจะเอาหนึ่งวัน คือ วันสิ้นศักราชและวันต่อศักราช คือวันที่ สิบสอง มาเป็นวันหวนระลึกถึงชีวิต ของเรา ให้เข้าถึงการเป็นอยู่อย่างแท้จริงของชีวิต ในวันนี้ถ้าหากว่าเป็นไปได้ ให้ชำระอาบน้ำหมดจดแล้วเข้าไปในห้องพระ กราบพระและทำความเคารพต่อองค์พระผู้มีพระภาคเจ้าและดวงธรรมแห่งพระองค์ และพระอริยสงฆ์ และสมมติสงฆ์ หากว่า เป็นไปได้ในวันนั้น ให้งดเว้นอาหารได้ยิ่งดี หรือทำไม่ได้ให้กินหนึ่งมื้อ แต่ให้กินเฉพาะด้วยผักและผลไม้เท่านั้น เมื่อทำความเคารพต่อพระพุทธ, พระธรรม, พระสงฆ์แล้ว ให้ทำจิตให้สงบ หวนระลึกไปถึงการเริ่มต้นของศักราชที่ผ่านม าจนถึงเวลานี้ว่าชีวิตของเราได้ทำอะไรบ้าง ได้เกื้อกูลต่อชีวิตเราอะไรบ้าง และทำความดีให้แก่ชีวิต ได้ทำความเลวให้แก่ชีวิต ได้ทำความสุขให้แก่ชีวิต ได้ทำความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชีวิต หรือได้ทำความเสื่อมให้แก่ชีวิต ตนได้ทำประโยชน์ให้แก่ พระพุทธศาสนา หรือได้ทำความเสื่อมให้แก่พระพุทธศาสนา ได้เคารพพระธรรมหรือทำความเสื่อมให้แก่พระธรรม ได้ทำความ เคารพให้แก่พระสงฆ์หรือทำความเสื่อมให้แก่พระสงฆ์ ได้เทิดทูนคุณพ่อคุณแม่ หรือทำความเสื่อมเสียมาให้แก่คุณพ่อคุณแม่ ได้เกื้อกูลต่อชีวิตน้อยใหญ่ทั้งหลาย หรือทำการเบียดเบียน ได้ให้การเกื้อกูลต่อชีวิตพี่น้อง หรือทำการเบียดเบียน ได้ให้เมตตาต่อชีวิตน้อยใหญ่ทั้งหลาย หรือได้ทำการเบียดเบียน สิ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ในสิบสองเดือน อันเป็น หนึ่งศักราช ที่ได้ผ่านมา หากว่าสิ่งทั้งหมดอันเป็นอกุศลไปในทางเป็นบาป เป็นกรรมเบียดเบียน ขอให้สิ่งทั้งหมดทั้งหลายจงหมด ไปตามวาระแห่งศักราช
สิ่งทั้งหมดที่เป็นกุศลในทางเจริญรุ่งเรืองต่อชีวิต ต่อพระพุทธศาสนา ต่อคุณพ่อคุณแม่ ต่อครูอาจารย์ ต่อเพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย ต่อชีวิตน้อยใหญ่ทั้งหลายทั้งหมด ต่อชีวิตของเรา ขอจงได้มาเป็นอุปนิสัยให้แก่ชีวิตของเรา จะได้ก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ แล้วให้ตั้งจิตต่อชีวิตของเรา ว่าเราจะดำเนินชีวิตของเราในศักราชใหม่นี้อย่างไรบ้าง ขอให้ตั้งจิตแน่วแน่แล้วตั้งจิตอธิษฐาน นั้นเป็นสิ่งทั้งหมดที่เกิดจากดวงธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าที่หลวงตาได้มาในการเพียรปฏิบัติ เมื่อทบทวนทั้งหมดแล้ว ให้กล่าว คำสรรเสริญแด่พระผู้มีพระภาค
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ
สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ
อุกาสะ วันทามิ ภันเต เจติยัง
อุกาสะ วันทามิ ภันเต สัพพัง อะปะราภัง ขะมะถะ เม ภันเต
จบแล้วให้ว่า ข้าพระพุทธเจ้า ขออานิสงส์ทั้งหมดที่ได้ทำความเคารพสรรเสริญต่อพระพุทธเจ้า ต่อพระธรรมแห่งพระองค์ ต่อพระอริยสงฆ์และสมมติสงฆ์ ขออำนาจผลบุญทั้งหมดนี้ จงไปถึงยังสรรพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลาย อันมีบิดามารดา ครูอุปัชฌาชย์อาจารย์ ตลอดไปถึงสรรพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลาย อันมีชีวิตครองสังขารอยู่ และเจ้ากรรมนายเวร อันความทุกข์ทั้งหลายที่มีอยู่ขอจนสิ้นสุดไปตามศักราชที่ผ่านมาแล้ว
ความสุข ความเจริญ ความเมตตา ความผ่องใสทั้งหลาย ขอจงเกิดมีขึ้น ให้เป็นอุปนิสัยเกื้อกูลต่อชีวิตของ ท่านทั้งหลายทุกรูปทุกนาม ที่จะก้าวไปสู่ศักราชใหม่ จงได้สมหวังพูนสุขโดยทั่วถึงกัน อนุโมทามิ
ความสุขความเจริญความเมตตาทั้งหลาย ขอจงเกิดมีขึ้นแก่ข้าพระพุทธเจ้าในศักราชใหม่ด้วย
อะหังสุขิโต โหมิ
อะหังอเวโร โหมิ
อะหังอัพยาปัดโช โหมิ
อะหังอนิโค โหมิ
อะหังสุขีอัดตะนัง ประริตหะ รันตุ สุขีสุขี
นั้นเป็นที่มาของการทำความเข้าใจต่อศักราชเก่าที่ผ่านไปและจะได้เริ่มต้นในศักราชใหม่ที่เข้ามา นั้นเป็นของขวัญที่หลวงตา ขออนุญาติจากพระผู้มีพระภาคเจ้า ขออราธนาเอาดวงธรรมแห่งพระองค์มาเป็นของขวัญฝากท่านสาธุชนทายก ทายิกา อุบาสก อุบาสิกา พร้อมไปด้วยบุตรีบุดา ภรรยาสามีและชีวิตอื่นๆ ขอท่านทั้งหลายจงได้รับแต่ ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตนี้และ ร่มเย็นเป็นสุขทุกทิพาราตรี โดยด้วยถึงกันเทอญ
หลวงตาเขียนครั้งวันที่ 14 เดือนสิบสองตรงกับเดือนอ้าย แรม 9 ค่ำ ปีมะเส็ง พ.ศ. 2549 ที่กรุงเทพมหานคร ที่หลวงตาได้มาธุดงค์ณ.แห่งนี้ เจริญพร