วิเคราะห์ภาค2
ในลำตัวของเรามีกิริยาอาการเห็นและรู้ได้ด้วยวิเคราะห์ แจ้งชัดว่า กระดูกและความว่างของโครงกระดูกคล้ายกับตัวกระถาง ส่วนหนังหุ้มกระดูกอยู่ข้างนอกลำตัว จะตั้งจุดเริ่มต้นของการบรรจุอาหาร พร้อมไปด้วยยาแก้โรคโรคะ และระบบถ่ายเทอากาศออกและเข้ามาทำให้มนุษย์ได้มีชีวิตและการเป็นอยู่อย่างสมบูรณ์ ลำคอต่อจากปากลงไปหาลำไส้ใหญ่ ลงไปหากระเพาะอาหาร ข้างใต้ของกระเพาะอาหารอยู่ข้างซ้าย ไส้น้อยหรือไส้อ่อน ข้างขวาต่อจากลำไส้ใหญ่ออกมา จะมีถุงน้ำปัสสาวะ หัวใจอยู่ข้างซ้าย ใต้หัวใจมีถุงน้ำดี ข้างซ้ายมือมีม้าม ข้างขวามีปอดพร้อมไปด้วยพังพืด คือ ตะข่ายมาป้องกันการเคลื่อนไหลของลำไส้และส่วนประกอบต่างๆ
ส่วนกระเพาะอาหาร ก็คือ หม้อกะทะใบใหญ่บรรจุอาหารต้มด้วยความร้อน ไฟอยู่ข้างนอกต้มอาหารมีประมาณพันโวลท์ แต่ไฟอยู่ข้างใน จะมีความร้อนถึงหมื่นโวลท์ เราเอาเนื้อประมาณ2นิ้วใส่ในหม้อ ต้มประมาณ24ชั่วโมง ไม่สามารถเปื่อยเหมือนรำได้ แต่เราเอาเนื้อประมาณ2นิ้ว กลืนกินเข้าไปในท้อง 24ชั่วโมงสามารถเปื่อยได้ยิ่งกว่ารำ เราจึงรู้ได้ว่าไฟอยู่ข้างในมีความร้อนมากกว่า ส่วนอาหารกินเข้าไปจะไปบรรจุอยู่ในกระเพาะอาหารก่อน แล้วกระเพาะอาหารทำหน้าที่บดให้ละเอียดโดยระบบอัตโนมัติ แล้วแยกส่วนดีและส่วนเลวออกจากกัน แล้วทำหน้าที่ส่งไปยังศูนย์ต่างๆ และไปบรรจุไว้ในลำไส้เล็กและลำไส้อ่อน ผลประโยชน์ทั้งหมดไปบำรุงเลือด, ไปบำรุงสมอง, ไปบำรุงผิวหนัง, ไปบำรุงกระดูก, ไปบำรุงตา, ไปบำรุงฟัน, ไปบำรุงปอด, ไปบำรุงตับ, ไปบำรุงไขสันหลัง, ไปบำรุงผม, ไปบำรุงส่วนต่างๆในร่างกาย ส่วนกระเพาะอาหารยังมีหน้าที่กำจัดสิ่งที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ถ้าหากว่าไม่ร้ายแรงแล้ว จะส่งสิ่งที่เป็นปฏิกูลและพิษไอ ออกมาทางลมหายใจ และในทวารทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างกาย พิษไอเสียมาจากสิ่งที่เป็นปฏิกูลอยู่ข้างในในกระเพาะอาหารออกมาไปตามประตูต่างๆ ทำให้เกิดปฏิกูลขึ้นในร่างกาย และทำให้เกิดโรคโรคะขึ้นในผิวหนัง และส่วนต่างๆของอวัยวะในร่างกายของมนุษย์เราทำให้มีขี้หู, ขี้จมูก, ขี้ฟัน, ขี้ตา, ขี้ไคล, ขี้หิด ขี้เรื้อน, ขี้กาก, ขี้ปาก, ปากเหม็น, ปากเน่า, ปากเปื่อย, ปากบวม, ปากบิด, ปากเบี้ยว,ปากเป็นหนอง, ลิ้นเป็นตุ่ม, ฟันผุ, ฟันเป็นรำมะนาด, ปากไม่ออก, ปากไม่มีเสียง, ปากแหบ, ปากพิการทำให้เจ็บลำคอ, คออักเสก, คอเป็นตุ่ม, คอไข้, คอแข็ง, มะเร็งในลำไส้, มะเร็งในเลือด, มะเร็งในตับ, มะเร็งในปอด, มะเร็งในกระเพาะ, มะเร็งในนม,มะเร็งในม้าม, มะเร็งในสมอง, มะเร็งในไต, มะเร็งในกระดูก, เป็นหอบ, เป็นหืด,หายใจไม่ออก, หายใจไม่อิ่ม, หายใจแน่นหน้าอก, หัวใจหยุดเต้น, ใจสั่น, ผิวหนังเป็นตุ่ม, ผิวหนังคัน, ผิวหนังเป็นมะเร็ง, เจ็บไส้ติ่ง, เจ็บกระเพาะ, เจ็บลิ้น
กิริยาอาการทั้งหมดนี้มาจากข้างใน ออกมาจากกระเพาะอาหารเป็นต้นเหตุ ส่งพลังออกมาทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย, วิงเวียน, ปวดศรีษะ, ปวดหัว, เจ็บท้อง, ปวดท้อง จึงได้เอามาเขียนไว้เพื่อผู้ที่มีความประสงค์อยากรู้ เพราะมีความละเอียดมากเท่าไหร่ อภิญญายิ่งมีอานุภาพมากขึ้นไป
ดังนั้นในพระไตรปิฎกทั้ง3พระคัมภีร์
1.พระวินัยปิฎกมี 21,000 พระธรรมขันธ์
2.พระสูตรปิฎกมี 21,000 พระธรรมขันธ์
3.พระอภิธรรมปิฎกมี 42,000 พระธรรมขันธ์
เพราะความละเอียดของพระปรมัตถ์ธรรมนี้เอง ยิ่งภาวนายิ่งรู้มาก ยิ่งเดินเข้าไปสู่ความละเอียดของพระปรมัตถ์ธรรม สิ่งทั้งหมดที่ได้เอามากล่าวนี้ ได้มาจากผลภาวนา ถ้าท่านอยากรู้มากกว่านี้ให้ลงมือทำเอาโดยตนเอง แล้วก็จะรู้ได้ในสิ่งทั้งหมด จะเกิดขึ้นเพราะความละเอียดนี้เอง จึงไม่สามารถเอามาอภิปรายได้หมด เอามาพอแต่เป็นแนวทาง พอแต่เป็นตัวอย่างสภาวะและกิริยาความอัศจรรย์ของดวงธรรมแห่งองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ข้าพเจ้าไม่ได้กล่าวคำที่ไม่มี เพราะเหตุนี้จึงได้เกิดกิริยาอาการตามมา ทำให้มนุษย์เกิดมีความทุกข์นานานัปการ ของตัวบุคคลมีกระเพาะอาหาร ถ้าจะกล่าวแล้วคือยุ้งฉางเก็บอาหารมีทั้งดีและเลว, มีทั้งสมบูรณ์และทรุดโทรม, มีทั้งสวยงามและปฏิกูล ผลส่งออกมาทางทวารทั่วหมดในร่างกาย พิษไอความรู้สึกและความเข้าใจ สิ่งที่เป็นปฏิกูลก็คือ ของเสียอยู่ข้างในมาทำให้เกิดกิริยาอาการขึ้น คือ นอนไม่หลับ เป็นบ้าเสียเส้นประสาท, เส้นประสาทแตก, เส้นโลหิตแตก, สมองเคลื่อนเป็นบ้า, เลือดมีน้ำตาลเป็นเบาหวาน, เป็นความดันสูง, เป็นความดันต่ำ, เป็นปอดบวม, มีน้ำในปอด, เป็นโรคหอบ, โรคหืด, เป็นมาลาเรีย, เป็นท้องร่วง
กิริยาทุกข์เกิดขึ้นต่อชีวิต เกิดมาจากสิ่งที่เป็นปฏิกูล และอันตรายมีอยู่ในร่างกายพันแปดประการ นั้นมาจากอาหารในกระเพาะอาหารส่งออกมา อาหารและน้ำดื่ม ยาแก้โรคโรคะ, อาหารและสิ่งที่เป็นปฏิกูลที่มีอยู่ในร่างกาย, มีทั้งดีและเลว, มีทั้งความเจริญและความเสื่อม, มีทั้งปลอดภัยและฉิบหายต่อชีวิต ให้มีอันเป็นไปตายวอดวายต่อชีวิต นี้แหละความเป็นมาของลมหายใจอยู่ในสุญญตวิเคราะห์ ได้เจียระไนออกมาให้มนุษย์ได้รู้ถึงคุณค่าของชีวิตและความทุกข์ ทุกคนที่มีชีวิตและครองสังขารอยู่ ยังมีโรคอันหนึ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่ในมนุษย์ยังไม่มียารักษาได้นั่น คือ โรคเอคส์, โรคนิ่ว, โรคหนองใน, โรคบวม, โรคเลือดจาง, โรคใบไม้ในตับ
สุดท้ายความทุกข์ของมนุษย์มีอยู่คือ ความตาย ที่มนุษย์หวั่นวิตกอยู่ในวันวันหนึ่ง ว่าความตายจะมาถึงตัวเราไม่รู้ว่าจะตายในลักษณะไหน ?
นั่งตาย หรือ นอนตาย ตายในบ้าน หรือ ตายในป่า ตายในสนามหญ้า หรือตายในท้องถนน หรือ ตายในลักษณะไหน ?
ตายดี หรือ ตายเลว, ตายสงบ หรือ ตายทรมาน, ตายโหง หรือ ตายไม่ได้สด, ตายบนบก หรือ ตายในน้ำ, ตายในลักษณะใด?
ตายสวยงาม หรือ ตายขยะแขยง, ตายเฒ่า หรือ ตายยังหนุ่ม, จะตายในวัยไหนก็ยังไม่รู้เป็นการหวั่นวิตกต่อความตาย ตายในท้อง หรือ ออกมาแล้วจึงตาย
ความตายมาถึงชีวิตของตนอันเป็นความทุกข์ครั้งสุดท้ายที่มนุษย์มีอยู่กับตัวทุกๆรูปนาม พระมหากษัตริย์, รัฐมนตรี, ยาจก, คนขอทาน, คนหนุ่ม, คนแก่, เด็กยังอยู่ในท้องหรือออกมาแล้ว, ตลอดไปถึงพระสงฆ์ สามเณร เศรษฐี คนยากจน ศูนย์รวมเป็นไปตามกฎของธรรมชาติเหมือนกัน ออกมาในคำพูดที่ว่า ตายเหมือนกันทั้งหมด ไม่ได้ยกเว้นแม้แต่คนเดียว
เมื่อจิตได้รับรู้จากลมหายใจของสุญญตวิเคราะห์ จึงได้ผลออกมาเป็นคำพูดเพื่อให้ท่านผู้อยากรู้ว่า มนุษย์เรามีความสุขมากน้อยแค่ไหน? ทำความเข้าใจเอาเอง
ฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์จึงได้ตรัสไว้ว่า โภชเนมัตตันยุตา ก่อนจะบริโภคอาหาร ให้พินิจ พิจารณาเสียก่อน เวลาได้อาหารมาแล้วดีอกดีใจใหญ่ว่า อาหารเอร็ดอร่อยอย่างนี้ รับประทานกินเข้าไปแล้ว จะมีชีวิตชีวา มีอายุยืนยาวนาน โอชาอาหารดีที่สุด แต่เมื่อกินเข้าไปแล้วเกิดเป็นพิษ เกิดทุกข์ เวทนาขึ้นมาจากอาหาร อาจจะตายไปก็ได้ นั้นเป็นที่มาของความทุกข์ เพราะครั้งแรกได้อาหารมาแล้ว คิดว่าดี แต่กินเข้าไปในท้อง แล้วเกิดเป็นพิษอันตราย อาหารได้ละลายกลายเป็นน้ำไปทั่วหมดในร่างกายแล้ว จะเอาออกมาก็ไม่ได้ มีอยู่ทางเดียวจะตาย หรือ จะยังอยู่เท่านั้นเอง
ฉะนั้นจึงขอฝากท่านไว้ ก่อนจะบริโภคอาหารเข้าไปในท้อง ให้คิดดูให้ถ้วนถี่ อย่าได้เห็นแก่ท้องแก่ปาก อยากแล้วกินเอากินเอา ถึงเวลาตายมาแล้วร้องเรียกหาช่วยด้วยๆ
เขียนด้วยหลวงตาจันทร์พี มณีวงศ์
วันที่ 1-9-2002 ที่ประเทศออสเตรเลีย